การตายของผู้นำลัทธิ Love Has Won: ศพที่ถูกทำมัมมี่และการเฉลิมฉลองความตายของเหล่าสาวก

ชายหนุ่มรายหนึ่งปรากฏตัวที่สถานีตำรวจ Colorado เพื่อรายงานว่าพบศพๆ หนึ่งภายในบ้านของเขา ตำรวจและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องหลายนายพากันเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้พบกับศพที่ถูกทำให้เป็นมัมมี่ (Mummified) นอกจากนั้นศพยังถูกประดับพันด้วยไฟคริสต์มาส (สายไฟพร้อมหลอดดวงเล็กๆ สำหรับการตกแต่งต้นคริสต์มาส) เบ้าตาของศพกลวงโบ๋ ถูกห่อหุ้มไว้ในถุงนอน วางบนเตียง ล้อมรอบด้วยการตกแต่ง "ราวกับเป็นปรัมพิธีอะไรสักอย่าง" นี่คือการรายงานตามภาพที่ปรากฏต่อสายตาเจ้าหน้าที่สำนักงานนายอำเภอ Saguache County

ถึงแม้ว่าทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ชันสูตรจะไม่สามารถระบุตัวผู้เสียชีวิตจากรายนิ้วมือได้ แต่ก็รับรู้ได้ว่านี่คือ ลีอา "เอมี่" คาร์ลสัน (Lia "Amy" Carlson)ผู้นำกลุ่มลัทธิ Love Has Won (ความรักชนะทุกสิ่ง) ซึ่งเหล่าสาวกของเธอยกย่องให้เป็น "พระแม่เจ้า" (Mother God) ของลัทธิ

ชายผู้มาแจ้งความเรื่องดังกล่าวมีนามว่า Miguel Lamboy เขาเป็นสมาชิกคนหนึ่งของลัทธิดังกล่าว เขาระบุว่า เขากลับบ้านมาเจอศพอยู่ในสภาพตามที่เห็น ซึ่งระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้านนั้น มีสมาชิกของกลุ่มหลายคนอยู่ในบ้านของเขา ณ เวลานั้น มีชายหญิงถูกจับกุมไว้ก่อนทันที 7 รายในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการตายของ ลีอา คาร์ลสัน นอกจากผู้ใหญ่ 7 คนที่ว่า ยังมีเยาวชนอีก 2 คนอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย คนหนึ่งวัย 13 ปี ส่วนอีกรายอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น โดยผู้ใหญ่ทั้ง 7 คนอยู่ในสภาพปกติ ดูสมบูรณ์แข็งแรงดี แต่พวกเขาต้องโดนข้อหาละเมิดสิทธิของเยาวชนด้วยอีกกระทง

จากการสอบสวนพบว่า เหล่าสมาชิกทั้งหลายไม่มองการตายของผู้นำว่าเป็นอาชญากรรม พวกเขาบอกว่านี่คือ "เจตนารมย์" ของตัวผู้นำเอง จากนั้นจึงเริ่มมีการสืบสวนสอบสวนกันต่อไปว่า ลีอา คาร์ลสัน คือใคร เธอสั่งสอนแนวคิดอะไรให้กับสาวก แล้วทำไมศพของเธอจะต้องถูกทำให้เป็นมัมมี่ รวมทั้งเรื่องราวแปลกๆ ของลัทธิดังกล่าวนี้ด้วย

จากการเปิดเผยของสื่อชื่อดังอย่าง The New York Times เผยว่า กลุ่มหรือลัทธิ Love Has Won นี้มีเฟสบุ๊คแฟนเพจเป็นของตัวเอง (แน่นอนว่าภายหลังมันถูกลบออกจากระบบ) ซึ่งในแฟนเพจดังกล่าวได้โพสต์เรื่องราวกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่ม โดยมีโพสต์ๆ หนึ่งที่โพสต์โดยสมาชิกชายรายหนึ่งระบุว่า "พระแม่ได้แสดงเจตนารมย์อย่างแน่วแน่แล้ว" และ "ได้เซ็นต์เอกสารรับรองโดยสมบูรณ์แล้ว" ซึ่งข้อความเหล่านี้เชื่อได้ว่าเกี่ยวโยงกับตัว ลีอา คาร์ลสัน อย่างแน่นอน จากนั้นผู้โพสต์ก็ได้ระบุต่อไปอีกว่า "แต่ภารกิจของพวกเราจะจบเพียงเท่านี้หรือ? คำตอบคือไม่"

เช่นนั้นแล้วเป้าหมายสูงสุดของลัทธินี้คืออะไร การก่อตั้งกลุ่มดังกล่าวไม่ได้มีเอกสารหลักฐานใดๆ รับรองอย่างเป็นทางการ แต่จากปากคำของลูกๆ ของเธอระบุว่า กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราวๆ 15 ปีก่อน ในตอนนั้น "คาร์ลสัน" ได้ละทิ้งครอบครัวของเธอเพื่อก่อตั้งกลุ่มและมุ่งสอนเรื่องราวทางจิตวิญญาณซึ่งเกี่ยวข้องกับ "การเตรียมตัวรับความตายอย่างสงบ"

โคล คาร์ลสัน ลูกชายผู้ห่างเหินกับแม่ (ลีอา คาร์ลสัน) เล่าให้ฟังว่า "ชีวิตของผมเป็นปกติในทุกๆ เรื่อง ยกเว้นเรื่องนึงคือ แม่ของผมเป็นผู้นำลัทธิอะไรสักอย่าง"

และในเว็บไซต์ชั่วคราวที่เคยสร้างขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของลัทธินั้น ครั้งหนึ่งมีโพสต์ของตัวคาร์ลสันเองระบุว่า "นี่คือชีวิตที่ตายแล้วเกิดใหม่ชาติที่ 534 ของฉัน โดยมีเป้าหมายคือการรักษาเยียวยาดาวเคราะห์อันเป็นที่รักดวงนี้ของฉัน (หมายถึงโลก) ในอดีตชาติ ฉันเคยเกิดเป็นพระเยซู และ มาริลีน มอนโร ด้วย"

ถึงแม้ว่าลัทธิดังกล่าวนี้จะเป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ในท้องถิ่นที่มารวมตัวอาศัยอยู่กับ (ลีอา) คาร์ลสัน แต่ Andrew Profaci หนึ่งในสมาชิกก็อ้างว่า พวกเขานำแนวคิดของกลุ่มเข้าถึงผู้คนมาแล้วหลายพันคนผ่านมาสื่อโซเชียล มีเดีย ต่างๆ

โดยสื่อชื่อดังในการทำสารคดีอย่าง A Vice News ได้เปิดเผยว่าเมื่อช่วงเดือนมีนาคม ปี 2021 ว่า แนวคิดหนึ่งก็คือ เหล่าสมาชิกจะได้สิทธิพิเศษในการคงอยู่กับกลุ่มในระดับสูง หากสามารถสนับสนุนอุ้มชูการเงินให้กับกลุ่ม ซึ่งนี่ก็แสดงให้เห็นว่ากลุ่มนี้สามารถดำรงและเติบโตได้ด้วยเงินทองของสมาชิก (หรือที่สามารถไปเรี่ยไรมาได้) โดยมีฐานที่มั่นสำคัญอยู่ในเมือง Crestone รัฐโคโลราโด้, สหรัฐอเมริกา

ด้านศาลาว่าการเมืองดังกล่าวเปิดเผยว่า พวกเขามีข้อมูลหลักฐานตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมาว่า มีรายงานบุคคลสูญหายไปจากครอบครัวมากมายหลายราย และเมื่อมีการสืบสวนสอบสวนเรื่องราวต่างๆ จนนำไปสู่การเชื่อมโยงกับลัทธิ Love Has Won นั้น ปรากฏว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ลัทธิดังกล่าวเตรียมอพยพย้ายออกจากเมืองนี้ และเตรียมหนีไปยังรัฐฮาวาย (ผู้นำลัทธิ และสมาชิกอีก 14 คน) แต่แผนการดังกล่าวถูกทางการสกัดไว้ได้ก่อน ส่วนหนึ่งก็เกิดจากมีสมาชิกบางคนป่วยเป็นมะเร็งและสุขภาพไม่ดีพอที่จะเดินทาง ทำให้แผนเกิดการล่าช้า

สมาชิกที่ชื่อ Profaci กล่าวว่า "ผมไม่แปลกใจเรื่องการตายของพระแม่เลย สุขภาพของเธอไม่ดีอยู่แล้ว มะเร็งกำลังรุกลามกัดกินเธอ มันมีแต่แย่ลง" เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นๆ ไม่มีใครคร่ำครวญกับการเสียชีวิตของคาร์ลสันเลย พวกเขาบอกว่า "เธอตั้งใจจะให้เป็นเช่นนี้เอง" ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ "การสั่งสอน" ของเธอด้วยเช่นกันในเรื่อง "การยอมรับความตาย" ไม่เพียงแต่พวกเขาจะไม่เศร้าโศกเสียใจ ยังมีการเฉลิมฉลองให้กับเหตุการณ์นี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังคงดำเนินการต่อไปเพื่อตรวจสอบว่ากลุ่ม Love Has Won นี้ได้สร้างความเสียหายอะไรต่อใครบ้าง และชายหญิงที่ถูกจับกุมทั้ง 7 คนนั้น จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างน้อยหนึ่งข้อหาแน่นอน

และนี่คือข้อความสุดท้ายที่โพสต์ผ่านเฟสบุ๊ค "เอมี่ คาร์ลสัน สละร่างกายและทิ้งประโยชน์เอาไว้ ณ เวลา 12.22 น. และตอนนี้เธอ (เอมี่) กำลังพบความสุขที่แท้จริง"

รับบทความก่อนใคร เพียงกรอกอีเมล์ด้านล่างนี้

ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบ ก่อนแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับผู้เขียน

ขีดเขียนเรื่องราวในหมวดต่างๆอย่างหลากหลายและน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นวงการลูกหนัง,สปอยรีวิวหนัง,คดีฆาตกรรมทั่วโลก,ความรู้ความบันเทิง,บทวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ เป็นต้น

บทความล่าสุด