แนวข้อสอบ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

1.เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานของต่างประเทศ “หากท่านเป็นเจ้าหน้าที่จะเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบใด”

ก.       ประกวดราคา

ข.       ประกาศเชิญชวนทั่วไป

ค.       เฉพาะเจาะจง

ง.        คัดเลือก

ตอบ เฉพาะเจาะจง

 

2.หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดทําฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุเพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

ก.กระทรวงการคลัง

ข.กรมบัญชีกลาง

ค.สำนักงบประมาณ

ง.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ตอบ ข.กรมบัญชีกลาง

 

3.ข้อใดคือความหมายของ “คณะกรรมการวินิจฉัย”

ก.คณะกรรมการวินิจฉัยความร่วมมือป้องกันการทุจริต

ข.คณะกรรมการวินิจฉัยนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ค.คณะกรรมการวินิจฉัยราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

ง.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ตอบ ง.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

 

4.อัตราค่าปรับ กรณีคู่สัญญาไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นไปทำต่ออีกทอดหนึ่ง โดยฝ่าฝืนข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐ ต้องมีค่าปรับไม่น้อยกว่าร้อยละเท่าใด ของวงเงินของงานจ้างช่วงตามสัญญา

ก.ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 20

ข.ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10

ค.ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 15

ง.ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 25

ตอบ ข.ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 10

 

5.“การรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล” คือความหมายของข้อใด

ก.งานบริการ

ข.งานก่อสร้าง

ค.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง

ง.งานจ้างที่ปรึกษา

ตอบ ก.งานบริการ

 

6.ใครเป็นผู้รักษาการ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ค.รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ตอบ ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

7. ข้อใดคือความหมายของ “คณะกรรมการนโยบาย”

ก.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ข.คณะกรรมการนโยบายความร่วมมือป้องกันการทุจริต

ค.คณะกรรมการวินิจฉัยนโยบายปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ง.คณะกรรมการนโยบายราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

ตอบ ก.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

 

8.คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ มีใครเป็นประธาน

ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ข.อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ค.ปลัดกระทรวงพาณิชย์

ง.ปลัดกระทรวงการคลัง

ตอบ ข.อธิบดีกรมบัญชีกลาง

 

9.คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีกี่คน

ก.ไม่น้อยกว่า 6 คน ไม่เกิน 8 คน

ข.ไม่น้อยกว่า 7 คน ไม่เกิน 9 คน

ค.ไม่น้อยกว่า 9 คน ไม่เกิน 11 คน

ง.ไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 7 คน

ตอบ ง.ไม่น้อยกว่า 5 คน ไม่เกิน 7 คน

 

10.ให้หน่วยงานของรัฐจัดทําแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจําปี และประกาศเผยแพร่ ตามความในข้อใด

ก.ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของสำนักงบประมาณและของหน่วยงานของรัฐ

ข.ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกระทรวงการคลังและของหน่วยงานของรัฐ

ค.ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐ

ง.ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของจังหวัดและของหน่วยงานของรัฐ

ตอบ ค.ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหน่วยงานของรัฐ

 

11.ข้อใดคือความหมายของ “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์”

ก.คณะกรรมการวินิจฉัยการอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

ข.คณะกรรมการพิจารณานโยบายการอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

ค.คณะกรรมการความร่วมมือการอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

ง.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

ตอบ ง.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

 

12.คณะกรรมการชุดใด มีหน้าที่กําหนดแบบของข้อตกลงคุณธรรมและแบบรายงานของผู้สังเกตการณ์

ก.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน

ข.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ค.ค.ป.ท.

ง.คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

ตอบ ค.ค.ป.ท.

 

13.คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต มีใครเป็นประธาน

ก.อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ข.ปลัดกระทรวงพาณิชย์

ค.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ง.ปลัดกระทรวงการคลัง

ตอบ ง.ปลัดกระทรวงการคลัง

 

14.ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “การบริหารพัสดุ”

ก.การเก็บ

ข.การซื้อ

ค.การตรวจสอบ

ง.การจำหน่าย

ตอบ ข.การซื้อ

 

15.ข้อใดไม่เป็น “สินค้า” ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ก.วัสดุ

ข.งานจ้างที่ปรึกษา

ค.ที่ดิน

ง.สิ่งปลูกสร้าง

ตอบ ข.งานจ้างที่ปรึกษา

 

16.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างอาจกระทําได้กี่วิธี

ก.5 วิธี

ข.4 วิธี

ค.3 วิธี

ง.2 วิธี

ตอบ ข.4 วิธี

 

17.“เป็นพัสดุที่จําเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดําเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ” หากท่านเป็นเจ้าหน้าที่จะเลือกใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบใด

ก.คัดเลือก

ข.เฉพาะเจาะจง

ค.ประกาศเชิญชวนทั่วไป

ง.ประกวดราคา

ตอบ ก.คัดเลือก

 

18.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีกี่คน

ก.ไม่น้อยกว่า 19 คน ไม่เกิน 21 คน

ข.ไม่น้อยกว่า 17 คน ไม่เกิน 19 คน

ค.ไม่น้อยกว่า 20 คน ไม่เกิน 22 คน

ง.ไม่น้อยกว่า 18 คน ไม่เกิน 20 คน

ตอบ ข.ไม่น้อยกว่า 17 คน ไม่เกิน 19 คน

 

19.ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “การบริหารพัสดุ”

1.การเบิกจ่าย

2.การบันทึก

3.การจำหน่ายพัสดุ

4.การตรวจรับ

5.การบำรุงรักษา

6.การเก็บ

7.การยืม

8.การตรวจสอบ

ตอบ 4.การตรวจรับ

 

20.กรณีที่มีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอตั้งแต่กี่ราย มิให้ถือว่ามีผลประโยชน์ร่วมกัน

ก.2 รายขึ้นไป

ข.2 ราย

ค.3 รายขึ้นไป

ง.3 ราย

ตอบ ก.2 รายขึ้นไป

 

21.“งานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง” คือความหมายของข้อใด

ก.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง

ข.งานจ้างที่ปรึกษา

ค.งานจ้างด้านวิศวกรรม

ง.งานก่อสร้าง

ตอบ ก.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง

 

22.ข้อใดคือความหมายของ “วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป”

ก.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ

ข. การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคารวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อยตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

ค.การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ

ง.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กําหนดน้อยกว่าสามราย

ตอบ ก.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ

  

23.ข้อใดคือความหมายของ “วิธีคัดเลือก”

ก.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ

ข.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคารวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อยตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

ค.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กําหนดน้อยกว่าสามราย

ง.การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ

ตอบ ค.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กําหนดน้อยกว่าสามราย

 

24.ข้อใดไม่เป็น “การจัดซื้อจัดจ้าง” เพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุ

ก.งานบริการ

ข.จ้าง

ค.เช่า

ง.แลกเปลี่ยน

ตอบ ก.งานบริการ

 

25.ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน

ก.ค.ป.ท.

ค.ปลัดกระทรวงการคลัง

ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

จ.คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

ตอบ ค.ปลัดกระทรวงการคลัง

 

26.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ มีใครเป็นประธาน

ก.อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ค.ปลัดกระทรวงการคลัง

ง.ปลัดกระทรวงพาณิชย์

ตอบ ค.ปลัดกระทรวงการคลัง

 

27.การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการให้พิจารณาข้อใดสำคัญที่สุด

ก.แล้วเสร็จตามสัญญา

ข.บริการและคุณภาพ

ค.คุณภาพของงาน

ง.คุณภาพและความคงทนถาวร

ตอบ ก.แล้วเสร็จตามสัญญา

 

28.ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ “เจ้าหน้าที่” ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ก.ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ

ข.ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ

ค.ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ

ง.ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณานโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ตอบ ง.ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณานโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

 

29.ข้อใดไม่ใช่ “หน่วยงานของรัฐ”

ก.ราชการส่วนภูมิภาค

ข.ราชการส่วนท้องถิ่น

ค.องค์กรมหาชน

ง.องค์กรอิสระ

ตอบ ค.องค์กรมหาชน

  

30.ข้อใดไม่เป็น “อาคาร” ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

1.ทุกข้อจัดเป็น “อาคาร”

2.ไฟฟ้า

3.ท่อระบายน้ำ

4.รั้ว

5.สนามกีฬา

6.ทุกข้อไม่จัดเป็น “อาคาร”

ตอบ 1.ทุกข้อจัดเป็น “อาคาร”

 

31.การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกระทําได้กี่วิธี

ก.3 วิธี

ข.5 วิธี

ค.6 วิธี

ง.2 วิธี

ตอบ ก.3 วิธี

 

32.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างที่มีลักษณะไม่ซับซ้อน ต้องเลือกใช้วิธีจ้างแบบใด

ก.วิธีคัดเลือก

ข.วิธีประกวดแบบ

ค.วิธีเฉพาะเจาะจง

ค.วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ตอบ ค.วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

 

33.ราคากลาง คือ ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้จริง โดยพิจารณาข้อใดเป็นลำดับแรก

ก.ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณ

ข.ราคาที่ได้มาจากการคํานวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกําหนด

ค.ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทํา

ง.ราคามาตรฐานที่สํานักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางกําหนด

จ.ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด

ตอบ ข.ราคาที่ได้มาจากการคํานวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกําหนด

 

34.ข้อใดไม่เป็น “งานบริการ” ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ก.งานจ้างทำของ

ข.งานจ้างบริการ

ค.งานจ้างออกแบบ

ง.งานจ้างเหมาบริการ

ตอบ ค.งานจ้างออกแบบ

 

35.หน่วยงานใดมีหน้าที่ในการดูแลและพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ก.สำนักงบประมาณ

ข.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ค.กรมบัญชีกลาง

ง.กระทรวงการคลัง

ตอบ ค.กรมบัญชีกลาง

 

36.ข้อใดไม่เป็น “สาธารณูปโภค” ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

1.การระบายน้ำ

2.การไฟฟ้า

3.การโทรคมนาคม

4.การขนส่งทางท่อ

5.การประปา

6.การสื่อสาร

7.การขนส่งทางอากาศ

8.การสื่อสารทางเสียง

ตอบ 8.การสื่อสารทางเสียง

 

37.ข้อใดไม่เป็น “งานก่อสร้าง” ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

1.การรื้อถอน

2.การซ่อมแซม

3.งานก่อสร้างสาธารณูปโภค

4.งานจ้างออกแบบ

5.งานก่อสร้างอาคาร

ตอบ 4.งานจ้างออกแบบ

 

38.ใครเป็นผู้มีอำนาจประกาศการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการตามกฏหมายนี้

ก.สำนักงบประมาณ

ข.ค.ป.ท.

ค.คณะกรรมการราคากลาง

ง.กรมบัญชีกลาง

ตอบ ค.คณะกรรมการราคากลาง

 

39.คณะกรรมการชุดใด มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่

ก.คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

ข.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ค.ค.ป.ท.

ง.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ตอบ ข.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

 

40.ข้อใดคือความหมายของ “คณะกรรมการราคากลาง”

ก.คณะกรรมการราคากลางและข้อร้องเรียน

ข.คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

ค.คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ

ง.คณะกรรมการราคากลางและะการบริหารพัสดุภาครัฐ

ตอบ ข.คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

 

41.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานรัฐหลักการข้อใดสำคัญที่สุด

ก.มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล

ข.คุ้มค่า

ค.ตรวจสอบได้

ง.โปร่งใส

ตอบ ข.คุ้มค่า

 

42.การลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้างจะกระทําได้ต่อเมื่อใด

ก.ได้รับอนุมัติงบประมาณ

ข.ล่วงพ้นระยะเวลาอุทธรณ์และไม่มีผู้ใดอุทธรณ์

ค.ผ่านการตรวจสอบจาก ค.ป.ท.แล้วอย่างน้อย 30 วัน

ง.อยู่ในกรอบระยะเวลาของสัญญา

ตอบ ข.ล่วงพ้นระยะเวลาอุทธรณ์และไม่มีผู้ใดอุทธรณ์

 

43.ใครเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ก.ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี

ข.ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ

ค.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ง.ปลัดกระทรวงการคลัง

ตอบ ค.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

  

 

44.ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือบริหารพัสดุปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหรือกระทำโดยมิชอบต้องระวางโทษตามข้อใด

ก.จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 30,000 บาทถึง 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข.จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 30,000 บาทถึง 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ค.จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ง.จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตอบ ค.จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

45.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน มีใครเป็นประธาน

ก.ปลัดกระทรวงการคลัง

ข.อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ค.ปลัดกระทรวงพาณิชย์

ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ตอบ ก.ปลัดกระทรวงการคลัง

 

46.ข้อใดคือความหมายของ “คณะกรรมการ ค.ป.ท.”

ก.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาและความร่วมมือป้องกันการทุจริต

ข.คณะกรรมการนโยบายความร่วมมือป้องกันการทุจริตภาครัฐ

ค.คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต

ง.คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ

ตอบ ค.คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต

  

47.“งานจ้างที่ปรึกษา” คืองานจ้างบริการจากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐในด้านต่างๆ ข้อใดไม่ใช่

1.ด้านการศึกษาวิจัย

2.ด้านวิศวกรรม

3.ด้านผังเมือง

4.ด้านเทคโนโลยี

5.ด้านศิลปวัฒนธรรม

6.ด้านการศาสนา

ตอบ 6.ด้านการศาสนา

 

48.ข้อใดคือความหมายของ “วิธีเฉพาะเจาะจง”

ก.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคารวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อยตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

ข.การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ

ค.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กําหนดน้อยกว่าสามราย

ง.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ

ตอบ ก.การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกําหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคารวมทั้งการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกับผู้ประกอบการโดยตรงในวงเงินเล็กน้อยตามที่กําหนดในกฎกระทรวง

  

49.ข้อใดไม่เป็น “พัสดุ” ตาม พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

1.งานจ้างที่ปรึกษา

2.งานก่อสร้าง

3.วัสดุ

4.สินค้า

5.งานบริการ

6.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง

ตอบ 3.วัสดุ

 

50.ห้ามมิให้กําหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุให้ใกล้เคียงกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง เว้นแต่เหตุผลข้อใด

ก..มียี่ห้อเดียว

ข.ยี่ห้อนั้นมีคุณภาพดีเป็นที่ยอมรับ

ค.ยี่ห้อนั้นราคาถูก

ง.ยี่ห้อนั้นสะดวกในการใช้งาน

ตอบ ก..มียี่ห้อเดียว

รับบทความก่อนใคร เพียงกรอกอีเมล์ด้านล่างนี้

ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบ ก่อนแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับผู้เขียน
บทความล่าสุด