เคล็ดลับ 5 ข้อ สร้างสุขได้...ในผู้สูงอายุ

บทความ ATC 4   เคล็ดลับ 5 ข้อ  สร้างสุขได้...ในผู้สูงอายุ

                                                                                                                  โดย  นายณัฏ ( Ninenatt )

                  อันความจริงที่ว่า มนุษย์เรา หนีไม่พ้นคำว่า “เกิด แก่ เจ็บ และตาย” เป็นสัจธรรมของชีวิต เมื่อเกิดมาแล้ว ผ่านพ้นช่วงแต่ละวัยของชีวิตมา จนถึงคำว่าแก่หรือที่เรียกกันว่า “ผู้สูงอายุ” นั้น  แม้ช่วงวัยต่าง ๆ ของชีวิตจะพานพบกับสิ่งต่าง ๆ มามากมาย ทั้งความสุข ความทุกข์ สมหวัง และผิดหวัง คละเคล้ากันไป  แต่ถึงกระนั้น ในบั้นปลายของชีวิตในวัยผู้สูงอายุ ก็ควรที่จะได้พักผ่อน  ควรเป็นวัยที่น่าจะมีแต่ความสุขกันนะ และผู้สูงอายุที่มีความสุข ควรจะเป็นเช่นไรล่ะ  “เราสร้าง” มันขึ้นมาได้ไหมครับ

เคล็ดลับ 5 ข้อ  สร้างสุขได้...ในผู้สูงอายุ

                   คำว่า “ผู้สูงอายุ” ในความหมายของทุก ๆ คน ก็คงจะหมายถึง ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรือว่ากัน   ง่าย ๆ ก็น่าจะเป็นผู้ที่มีอายุมาก ๆ จนมีลูกมีหลานกันแล้ว และก็น่าจะถึงช่วงที่จะต้องหยุดพักการทำงานแล้วด้วย ในวัยนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในหลาย ๆ ด้าน ทั้งทางร่างกาย ทางสมอง ทางอารมณ์และทางสังคม จึงเป็นวัยที่ผู้สูงอายุส่วนมากมักจะกลัว  ปัญหาต่าง ๆ มีมากมายในแต่ละคน ที่อาจจะมีมาก มีน้อยแตกต่างกันไป  แต่ขอไม่เอ่ยถึงนะครับ  บทความนี้ ขอมองไปที่ผู้สูงอายุโดยทั่ว ๆ ไปละกัน  มีเรื่องราวที่เป็นเรื่องจริงที่ผมมีโอกาสได้พบเห็น และก็พบได้ว่า  “ความสุขสามารถสร้างได้”   มี “ผู้สูงอายุ” หลาย ๆ คนมีความสุขจากการได้ทำได้ปฏิบัติจาก 5 ข้อง่าย ๆ นี้  เรามาดูกันหน่อย ดีไหมครับ ว่าเป็นอย่างไร กับ  “  เคล็ดลับ 5 ข้อ  สร้างสุขได้...ในผู้สูงอายุ

                   ข้อที่ 1 ลูกหลาน คือ สิ่งสำคัญที่สุดของชีวิต   แน่นอนที่สุด ลูก คือ แก้วตาดวงใจของพ่อแม่ เรา ๆ ท่าน ๆ  ทุกคน    ทราบดี  หลาย  ๆ คนชีวิตนี้อยู่ได้เพราะลูกจริง ๆ  ยามเล็กเฝ้าดูแลทะนุถนอม ดั่งไข่ในหิน จนเติบใหญ่ มีการศึกษาที่ดี มีการมีงานที่ดี จนฐานะมั่นคง  และกลับมาดูแลบุพการีผู้เป็นพ่อแม่  ผู้เป็นพ่อแม่ก็ชื่นใจและมีความสุข   และแล้วก็มีหลานสาว หลานชาย ตัวเล็ก ๆ ให้ปู่ให้ย่า ให้ตาให้ยาย ได้อุ้ม ได้ชื่นใจอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้มากกว่า เพราะที่บอกว่าพ่อแม่รักลูกดั่งดวงใจนั้น พอมีหลาน เราจะพบว่าปู่ย่า ตายาย รักหลานมากกว่าลูกซะอีก  เข้าข่ายหลงหลาน ๆ กันทุกคนเลยเชียว  แต่ปัญหาที่ใหญ่มากที่ผู้สูงอายุมักพบก็คือ ลูก ๆ ไม่ยอมมาอยู่ด้วยนี่สิ  แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะครับ 

                            คุณตาท่านหนึ่ง ท่านเล่าให้ฟังว่าวิธีง่าย ๆ ที่ให้ลูก ๆ มาอยู่ด้วยก็ คือ กลยุทธ์ “เอาหลาน ต่อรอง” โดยใช้คำว่า

 “ถ้าลูกมัน(หลาน) อยู่กับเรา  พ่อกับแม่มันจะไปไหนเสีย” ซึ่งได้ผลครับ  แล้วต้องทำอย่างไรบ้างล่ะ ท่านเล่าว่าเบื้องต้นปู่ย่า ตายาย ต้องลงทุน  เช่น อาสารับเลี้ยงให้ที่บ้านปู่ย่า ตายาย หรืออาสาไปเลี้ยงให้ที่บ้านลูก ๆ   ,อาสาเอาหลานมาอยู่ด้วยเพื่อเข้าโรงเรียน หรืออาสาส่งเสียค่าใช้จ่ายเรื่องการเรียนให้ แต่มีข้อแม้ ต้องเอาหลานมาอยู่ด้วยนะ  ฟัง ๆ แล้วก็น่าจะได้ผลนะครับ ต้องลองดู

                          ข้อที่  2  ต้องปล่อยวาง  ให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้มีบทบาทในบ้าน   ข้อนี้ต่างจากข้อ 1 โดยสิ้นเชิง ในบ้านมีครบพร้อมหน้าทั้งลูกสาว ลูกชาย  ลูกเขย ลูกสะใภ้ รวมถึงหลาน ๆ อีก  ดูแล้วปู่ย่า ตายาย น่าจะมีความสุขที่สุด  แต่เปล่าเลยครับ มากคนก็มากความ โบราณว่าไว้  ปัญหามากมายเข้ามาเกือบทุกวัน ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่  จะให้ปล่อยวาง  ผู้สูงอายุหลาย ๆ คน บอกว่าทำยากมาก เพราะว่าตนเคยเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน ลูก ๆ มา จนเติบใหญ่ และเคยมีตำแหน่ง หน้าที่การงาน ที่สูง มีความเป็นผู้นำ เป็นผู้สั่งการมาตลอด มาวันนี้จะให้มารับฟัง มาก้มหัว  ให้กับเด็ก ๆ พวกนี้ได้อย่างไร การปล่อยวาง การนิ่งเฉย การปฏิบัติตาม ก็คือ ผู้แพ้นะ งานนี้ต้องคิดมากเลยสิครับ ทำใจลำบาก  

                           แต่คุณปู่ท่านหนึ่ง ท่านเล่าว่า ขอให้คิดว่า “การยอม หรือการปล่อยวาง ให้คิดว่าเป็นการแพ้ เพื่อชนะ” เพื่อให้ทุกคนรวมทั้งตนเองมีความสุข ต้องทำได้สิ แล้วต้องทำอย่างไร ท่านเล่าว่า  ต้องควบคุมอารมณ์ ควบคุมสมาธิของตนเองให้ได้ก่อน แล้วเป็นผู้ดูครับ ให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกันเองก่อน  ถ้าเขาทำได้ ก็ยินดีไปกับเขา  หากทำไม่ได้ ค่อยมาปรึกษากัน  อย่าเป็นพระเอก ขอเป็นแค่พระรองพอ  การนิ่ง การฟัง การดู การวางเฉย  การยอม หรือที่เรียกว่า “การปล่อยวาง” ดูเหมือนเป็นผู้แพ้นะ แต่หากปัญหาผ่านไปด้วยดี ทุกคนมีความสุข  ถือว่าเราเป็นผู้ชนะแล้วครับ  และที่สำคัญทำให้เรามองเห็นศักยภาพของลูก ๆ หลาน ๆ ทุกคนด้วย  ว่าเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้มีวุฒิภาวะ เพียงพอ แล้วหรือยัง  ลองดูกันนะครับ

                     ข้อที่ 3  ผู้ใหญ่ใจดี แสนอบอุ่น เป็นที่รักของหลาน ๆ    ข้อนี้สำคัญมาก การที่ผู้สูงอายุจะมีความสุขได้ ในบ้านในทุก ๆ วัน ต้องได้กอดหลาน ๆ ได้เล่น ได้พูดคุย ได้เล่านิทาน เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตให้หลาน ๆ ฟัง พูดง่าย ๆ ก็คือ ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ใจดียิ้มแย้ม แจ่มใส  ใครได้อยู่ใกล้ ๆ จะรู้สึกถึงความอบอุ่น  หลาน ๆ ก็เช่นกันครับ อยากเข้าใกล้ อยากอยู่ใกล้ ๆ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย นั่นเองครับ  แล้วต้องทำอย่างไร 

                              มีเทคนิคง่าย ๆ มีคุณยายท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า โดยปกติปู่ย่า  ตายาย ในเกือบทุก ๆ บ้าน มักจะเจ้าระเบียบ  เจ้าหลักการ จะดุ จู้จี้ ขี้บ่น จุกจิก (อันที่จริงพฤติกรรมของลูก ๆ หลาน ๆ ก็น่าให้บ่นอยู่นะ) ตามประสาคนที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อน  ถามว่าถ้าเป็นคนที่ระเบียบจัด สะอาดเกิน จู้จี้ ขี้บ่น จุกจิก  ตามจิก ตามเช็ด ทุก ๆ เรื่องให้ได้ดั่งใจ แล้วลูก ๆ หลาน ๆ คนไหนจะอยากเข้าใกล้ล่ะ  แต่ถ้าต้องการให้ทุกคนในบ้านรวมทั้งตนเองด้วยมีความสุข คงต้องปรับเปลี่ยน คงต้องทำใจ ให้ได้กันก่อนละครับ   เป็นคำถามที่พบบ่อยที่ว่าถ้าหากว่าหลาน ๆ ดื้อมาก ซนมาก  เกเรมาก  จะไม่ให้บ่น ไม่ให้ดุ ไม่ให้ว่า ได้อย่างไร อันนี้ท่านเล่าให้ฟังว่า ต้องทำข้อตกลง หรือทำสัญญากับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่เด็ก(ก็ลูกเรานั่นแหละ)  ต้องคุยกัน หากต้องการให้ทุกคนมีความสุข หลาน ๆ ไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่เกเร และ เป็นเด็กดี  กล่าวคือ ถ้าหลาน ๆ ดื้อ ซน  เกเร ขึ้นมา คนที่จะดุ จะบ่น จะตี ต้องเป็นพ่อกับแม่เท่านั้น ส่วนปู่ย่า ตายาย  จะเป็นผู้ตาม ขั้นแรกก็เห็นด้วยที่หลาน ๆ ถูกดุ  เป็นเหตุเป็นผล  ต่อจากนั้นก็จะเป็นผู้ปลอบ โอบกอด เข้าข้างหลาน ๆ (ทำเป็นผู้ใหญ่ใจดีครับ)  หลาน ๆ ก็จะเริ่มชอบเพราะมีคนเข้าข้างตนเอง  สุดท้ายหลาน ๆ มีอะไรที่ถูกดุ ถูกบ่นหรือถูกตี ก็จะวิ่งแจ้นมาหาปู่ย่า ตายาย  จริงไหมครับ

                                ข้อที่ 4  เสน่ห์ ปลายจวัก  ข้อนี้อาจจะยากสักหน่อย   สำหรับผู้สูงอายุบางท่าน  เพราะตลอดชีวิตที่เติบโตมา   จนถึงวัยผู้สูงอายุนี้ ไม่เคยเข้าครัวเลย เรื่องกับข้าว กับปลา  อาหารการกิน ไม่เคยได้ทำเลยครับ  แต่ผมว่าน่าจะมีไม่น้อย     ที่ปู่ย่า ตายาย  โดยเฉพาะคุณย่า และคุณยายทำอาหารเก่ง อร่อยมาก  เป็นคำชมด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ชมเพราะว่ากลัว   คุณย่า คุณยายจะน้อยใจ  “อาหารฝีมือคุณย่านี่ สุดยอด     จริง ๆ หนูชอบมากเลยค่ะ” หรือ “กับข้าวฝีมือคุณยายนี่  อร่อยทุกอย่างเลยครับ ผมชอบมาก”  คำพูดเหล่านี้ เรามัก   จะได้ยินกันบ่อย ๆ  ผู้สูงอายุบางท่านอาจจะทำอาหาร ทำกับข้าว ไม่อร่อย  แต่ถ้าได้ทำบ่อย ๆ มีความตั้งใจ   เสาะหาความรู้เพิ่มขึ้น ด้วยเพราะมีเวลาว่างมาก ๆ ยิ่งดี   เดี๋ยวนี้ค้นหาจากกูเกิ้ล มีให้เลือกมากมายครับ 

                               มีคุณยายท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า  ถ้าต้องการให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้มารวมพร้อมหน้ากันบ่อย ๆ ก็ต้องตรงห้องครัวนี่แหละ  หากอยู่บ้านเดียวกันต้องมี “เมนูเด็ดสำหรับทุก ๆ คนในบ้าน ของใครของมันด้วยฝีมือคุณยาย คุณย่า” หากอยู่คนละบ้าน ต้องทำหม้อใหญ่หน่อย  ทำแล้วแบ่งกัน  ทำแล้วก็ให้ลูก ๆ แวะมาเอา ของโปรดของคนนั้น ของชอบของคนนี้ วันนี้เป็นกับข้าว พรุ่งนี้เป็นขนม สลับกันไป อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่รับประกันมีความสุขแน่นอนครับ

                              ข้อที่ 5  ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ประจำบ้าน   ข้อนี้จะว่าง่าย  มันก็เป็นได้  หรือจะว่ายาก ก็เป็นได้ ครับ  เพราะแต่ละบ้าน แต่ละครอบครัว มีความแตกต่างกัน   แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ “ปู่ย่า ตายาย อาบน้ำร้อนมาก่อน” แน่นอน  ผ่านโลกมามากกว่า แน่นอน  ฉะนั้น หลายสิ่ง หลายอย่าง  ผู้สูงอายุที่เป็นปู่ย่า ตายาย สามารถให้คำแนะนำได้  เรื่อง ความรู้ ทักษะ ด้านต่าง ๆ ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาจให้คำปรึกษาไม่ได้มากนัก  แต่เรื่องของการมองโลก  เรื่องของการดำรงชีวิต เรื่องของการปฏิบัติตน เรื่องของวุฒิภาวะ สามารถให้คำปรึกษาแก่ลูก ๆ หลาน ๆ ได้แน่นอน  

                                มีคุณตาท่านหนึ่งเล่าว่า ตนเองมีฐานะปานกลาง แต่เป็นคนที่มีความขยัน มีความรับผิดชอบ  เรียนก็ไม่สูงแค่มัธยมปลาย   แต่มีความรู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณี ต่าง ๆ ในหมู่บ้าน ในตำบล เป็นอย่างดี ทุกครั้งไม่ว่าจะมีงานต่าง ๆ เช่น งานบวชนาค งานแต่งงาน งานศพ  งานขึ้นบ้านใหม่ งานบุญต่าง ๆ   คุณลุงก็จะได้รับเชิญให้ไปร่วมงานด้วยทุกครั้ง หลายงานถูกเจ้าภาพให้เป็น “แม่งาน”  หลายงานให้คำปรึกษาตลอดการจัดงาน  หลายงานลงมือทำเอง ชีวิตมีความสุขดี   ถึงแม้วันนี้   จะมีลูก ๆ หลาน ๆ ที่มีฐานะ มีการศึกษาที่สูง ที่ดี ก็ตาม คุณลุงก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาในเรื่องของขนบธรรมเนียม ประเพณี เรื่อยมา  จนถูกเรียกว่า “ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ประจำบ้าน ประจำหมู่บ้าน ประจำตำบล” ไปแล้วครับ

                            จากเรื่องราวทั้งหมด 5 ข้อนี้ ผมขอเรียนท่านผู้อ่านว่า  มีผู้สูงอายุบางท่านทำได้ 1 ข้อ บางท่านทำได้ 2 ข้อ บางท่านทำได้ 3 ข้อ  บางท่านทำได้ 4 ข้อ  บางท่านทำได้ 5 ข้อ และบางท่านทำได้มากกว่าที่กล่าวมาข้างต้นนี้อีกครับ  แต่ทุก ๆ ท่านก็จะบอกว่า “เราทำมันขึ้นมาได้  เราสร้างมันขึ้นมาได้” และมันก็ทำให้เราและลูก ๆ หลาน ๆ มีความสุขได้จริง ๆ นะครับ

 

ขอขอบคุณ  ภาพจาก sombat - p

.............................................................

รับบทความก่อนใคร เพียงกรอกอีเมล์ด้านล่างนี้

ความคิดเห็น

คุณต้องเข้าสู่ระบบ ก่อนแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับผู้เขียน
บทความล่าสุด